เราให้บริการออกแบบและติดตั้งระบบห้องปฏิบัติการวิจัย (Standard Laboratory Room) พร้อมทั้งปรับปรุงระบบและวางแปลนห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 มาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการวิจัย (ESPRel) และระบบการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีในการผลิตเครื่องสำอาง (ISO 22716) โดยดำเนินงานในรูปแบบ Turn Key Project หรือการจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่การออกแบบ ติดตั้ง จนถึงการส่งมอบงานครบวงจร
Services

- ออกแบบติดตั้งระบบห้องปฏิบัติการวิจัย
- ปรับปรุงระบบและวางแปลนห้องปฏิบัติการวิเคราะห์
- การจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ
ออกแบบติดตั้งระบบห้องปฏิบัติการวิจัย ( Standard Laboratory room )
ห้องปฏิบัติการมาตรฐานออกแบบเพื่อรองรับงานวิจัยอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงการไหลของงาน (workflow), การควบคุมมลภาวะ และมาตรฐานความปลอดภัย ระบบสำคัญที่ติดตั้งได้แก่ ระบบระบายอากาศและควบคุมความดัน (HVAC) สำหรับรักษาความสะอาดและอุณหภูมิ, ระบบกำจัดสารเคมี/ท่อดูดไอ, ระบบจ่ายแก๊สและสุญญากาศเฉพาะจุด, ระบบไฟฟ้าและฉุกเฉินที่ได้รับการกราวด์อย่างปลอดภัย, รวมทั้งโต๊ะทดลอง ตู้ดูดควัน และระบบดับเพลิง/สัญญาณเตือน โดยออกแบบตามข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและมาตรฐานอาชีวอนามัย เพื่อให้การวิจัยดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และตรวจสอบได้ง่าย
ปรับปรุงระบบและวางแปลนห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ ตามมาตฐาน ISO/IEC17025 ,มาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการวิจัย ( ESPRel ) และ ระบบการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีในการผลิตเครื่องสำอาง (ISO 22716
การพัฒนาห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ให้ได้มาตรฐานสากลถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความน่าเชื่อถือในผลการทดสอบและความปลอดภัยในการทำงาน การดำเนินงานจึงต้องยึดตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ซึ่งกำหนดข้อกำหนดด้านความสามารถ ความถูกต้อง และความเป็นกลางของห้องปฏิบัติการ พร้อมทั้งปฏิบัติตาม มาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการวิจัย (ESPRel) ที่มุ่งเน้นการควบคุมความเสี่ยงและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย
ประเด็นหลักในการปรับปรุงและวางระบบ
-
การวางแปลนห้อง (Laboratory Layout)
-
จัดผังพื้นที่ให้เหมาะสมกับกระบวนการวิเคราะห์และชนิดของสารที่ใช้
-
แยกโซนสะอาด–ปนเปื้อน พื้นที่เก็บสารเคมี ห้องเครื่องมือหลัก และเส้นทางฉุกเฉิน
-
ออกแบบระบบการไหลของงาน (workflow) ให้สอดคล้องกับการตรวจสอบย้อนกลับ
-
-
ระบบควบคุมสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย
-
ติดตั้งระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (HVAC) ตามมาตรฐาน ESPRel
-
จัดให้มีตู้ดูดควัน, ตู้ปลอดเชื้อ และระบบกรองอากาศ HEPA ตามความเหมาะสม
-
ระบบแจ้งเตือนและอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น ฝักบัวล้างสารเคมี, ที่ล้างตาฉุกเฉิน และเครื่องดับเพลิง
-
-
โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค
-
ระบบไฟฟ้าและกราวด์เฉพาะเครื่องมือวิเคราะห์ที่มีความละเอียดสูง
-
ระบบแก๊สและน้ำบริสุทธิ์ (DI Water) พร้อมระบบบำบัดน้ำเสียและกำจัดของเสียอันตราย
-
การเลือกใช้วัสดุพื้น–ผนังที่ทนต่อสารเคมีและทำความสะอาดง่าย
-
-
มาตรฐานคุณภาพและการปฏิบัติงาน
-
ปรับปรุงกระบวนการให้สอดคล้องกับข้อกำหนด ISO/IEC 17025 ในด้านความถูกต้องของผลทดสอบ การสอบเทียบ และการตรวจสอบย้อนกลับ
-
จัดอบรมบุคลากรให้มีความรู้เรื่องความปลอดภัยและการปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ
-
จัดทำเอกสารและคู่มือความปลอดภัย รวมทั้งมีการตรวจประเมินภายในอย่างต่อเนื่อง
-
Turn Key Project ( การจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ )
Turn Key Project หรือ โครงการแบบเบ็ดเสร็จ คือรูปแบบการดำเนินงานที่ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนเสร็จสิ้นโครงการ โดยเจ้าของงานเพียงแค่ “รับกุญแจ” เพื่อเริ่มใช้งานได้ทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องการประสานงานหลายฝ่าย ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการก่อสร้างหรือปรับปรุง ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์/วิจัย ที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพสูง
ขอบเขตงานหลักของ Turn Key Project
-
การสำรวจและออกแบบ – ศึกษาความต้องการของลูกค้า จัดทำแบบแปลนห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และ ESPRel
-
การวางระบบและวิศวกรรม – ออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้า, ระบบแก๊ส, ระบบ HVAC, ระบบบำบัดน้ำเสีย, ระบบความปลอดภัย
-
การก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ – งานโครงสร้าง พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ ห้องสะอาด ตู้ดูดควัน เครื่องมือวิเคราะห์ และอุปกรณ์ความปลอดภัย
-
การทดสอบและตรวจรับ – ทดสอบระบบทั้งหมด ตรวจสอบความสอดคล้องกับมาตรฐาน พร้อมจัดทำคู่มือและเอกสารประกอบ
-
การส่งมอบและอบรมการใช้งาน – ส่งมอบห้องปฏิบัติการที่พร้อมใช้งาน พร้อมการอบรมบุคลากรด้านความปลอดภัยและการดูแลระบบ
ข้อดีของ Turn Key Project
-
เจ้าของงานไม่ต้องเสียเวลาในการประสานหลายฝ่าย
-
ได้ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ ครบวงจร และพร้อมใช้งานทันที
-
ลดความเสี่ยงด้านคุณภาพและความล่าช้า เพราะผู้รับจ้างเป็นผู้ควบคุมทั้งหมด
-
เหมาะสำหรับโครงการที่ต้องการมาตรฐานสูงและการตรวจสอบย้อนกลับได้
